การเดินทางของภาคการเงินไทย: สู่เป้าหมายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม

การเดินทางของภาคการเงินไทย: สู่เป้าหมายความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม: คอลัมน์ ยังอีโคโนมิสต์ โดย จุฬารัตน์ เหลืองประสิทธิ์และทีมการธนาคารเพื่อความยั่งยืน

กระแสสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงและภัยธรรมชาติได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยและความเป็นอยู่ของประชาชนรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ อาทิ ภาวะน้ำท่วมเฉียบพลันจากพายุ “มู่หลาน” โดยเฉพาะอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ทำให้ภาคธุรกิจ และพื้นที่การเกษตร เสียหายเป็นวงกว้าง

การเงิน หน้าที่

ข้อมูลดัชนีความเสี่ยง Global Climate Risk Index ในปีที่แล้ว ระบุว่า ไทยติดอันดับ 9 ของประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลงานวิจัยของ Swiss re Institute รายงานว่า หากไทยยังนิ่งเฉยไม่เร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับปัญหาด้านสภาพแวดล้อม ในอีก 28 ปีข้างหน้าเราคงต้องสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ หรือ GDP กว่า 43%

ขณะที่ภาคธุรกิจบ้านเราก็ได้รับแรงกดดันจากมาตรการด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่นับวันดูจะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้นในประเด็นสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ทั้งธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดเล็กให้ต้องปรับตัวตามให้ทันเพื่อสร้างโอกาสและลดอุปสรรคไม่ให้ตกขบวน

การเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายในเรื่องสิ่งแวดล้อมถือเป็นเรื่องใกล้ตัวของพวกเราทุกคนและทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมมือกัน เพื่อขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าไปอย่างราบรื่นไม่สะดุดกลางคัน เปรียบได้กับการเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางของผู้โดยสารทั้งภาคธุรกิจและประชาชน จำเป็นต้องมีรถโดยสารที่มีสมรรถนะดีที่จะนำพาไป บนถนนที่มีโครงสร้างแข็งแรงรองรับแรงกระแทกและลมพายุที่พัดเข้ามา

ถนนที่มีฐานรากมั่นคงเกิดขึ้นได้จากภาครัฐที่ต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อช่วยป้องกันและบรรเทาความเสียหายจากภัยธรรมชาติ และมีป้ายบอกทิศทางเดินไปข้างหน้าที่ถูกต้องชัดเจน ตอบโจทย์ความพร้อมที่แตกต่างของแต่ละกลุ่มธุรกิจ ขณะที่รถโดยสารหรือ ภาคการเงิน เช่น กลุ่มธนาคาร จะมีบทบาทสำคัญในการจัดสรรเม็ดเงินไปสู่ระบบเศรษฐกิจและส่งเสริมภาคธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็ก กลาง หรือ ใหญ่ สามารถปรับตัวอยู่รอด และแข่งขันได้